[fic pot] tezukaxfuji Gladiolus - 2 - Oleander [yaoi]

posted on 02 Mar 2008 22:55 by aminta

ตอน 2 Oleander

“ฮ....ฮัดชิ้ว”

คนที่เพิ่งก้าวเข้ามาในร้านจามสนั่น รู้สึกแสบตาจนน้ำตาจะไหลเสียให้ได้

“มิสึกิซัง!”

เด็กหนุ่มที่ถือดอกไม้ช่อโตอยู่อุทาน รู้สึกเป็นห่วงฝ่ายนั้นจับใจ

“พี่ก็เห็นว่ามิสึกิซังแพ้เกสรดอกไม้ ยังจะอุตส่าห์เอามาให้ทุกวันอีก”

ยูตะบ่นอุบอิบพลางรีบเอาดอกไม้หอบใหญ่ขึ้นไปชั้นบนด่วนจี๋ ซึ่งผู้เป็นพี่ชายก็เพียงแต่ยิ้มไม่ว่าอะไร

ก็อุตส่าห์เลือกที่เกสรเยอะเป็นพิเศษแล้วนี่นา ยิ่งรีบร้อนเท่าไหร่ เกสรมันก็ยิ่งกระจายไปเท่านั้นแหละ

ร่างโปร่งยกมือขึ้นเท้าคางฟังเสียงตึงตังจากการวิ่งของน้องชายพลางก้มลงดื่มคาปูชิโน่ปั่นจนเป็นเกล็ดละเอียด
ตรงหน้าอย่างเย็นใจ

มิสึกิซังมาทางนี้ครับ ล้างหน้าล้างตาก่อน”

ในมือของเด็กหนุ่มมีผ้าขนหนูเนื้อนุ่ม หากผู้ได้รับการเสนอกลับปฏิเสธเอาดื้อๆ

“ย...ยูตะ...ฉันว่าไว้ค่อยเจอกันดีกว่า”

ว่าแล้วก็ให้นึกแค้นตัวเองที่แพ้เกสรดอกไม้ ไม่งั้นแล้วละก็....

“แต่ถ้าไม่รีบล้างเดี๋ยวก็ผื่นขึ้นจนตัวแดงเหมือนคราวนั้นหรอกครับ”

ไม่เข้าใจเลย..... ทำไมพี่ชายถึงต้องทำท่าเหมือนไม่ชอบใจมิสึกิซังด้วย

“นะครับ....”

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหมือนจะมีไฟลุกพรึ่บเมื่อผู้เป็นน้องชายทอดเสียงอ้อน กระนั้นใบหน้าหวานก็ยังหันไปยิ้มให้

“นั่นสิ มิสึกิคุง ถ้าไม่รีบล้างเดี๋ยวก็แย่หรอก”

ฟูจิคนพี่ลุกขึ้นพลางฉวยเอาข้อมือของคนที่ทำท่าจะจามอีกรอบแล้วดึงไปที่หลังร้าน

“ฉันไม่ไป”

“ยูตะ เดี๋ยวพี่จะดูแลมิสึกิคุงให้เองนะ”

“พี่!”

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นอีก ยูตะที่อยากจะวิ่งเข้าไปห้ามพี่ชายเต็มแก่ได้แต่ถอนใจเฮือกก่อนจะหันมารอรับออเดอร์

“เอสเพรสโซ่”

คนสั่งทรุดกายลงนั่งบนเก้าอี้สานที่ปูเบาะนุ่ม นัยน์ตาคมเหลือบมองแจกันที่มีเพียงใบไม้สีเขียวสดตรงหน้า

‘ถ้าไงก็แวะมาดูดอกไม้ได้นะครับ จะได้สดชื่น

คำเชิญยังติดอยู่ในหู แต่จะให้ไปได้ยังไง

ขืนบอกว่าซื้อของเยี่ยมก็จะได้โดนไล่ไปซื้ออย่างอื่นเสียอีกปะไร

“ได้แล้วครับ”

แก้วเซรามิกส์ใบเล็กวางลงเบามือ ตามด้วยถาดที่มีน้ำชาและขนมจัดไว้

“ต้องการอะไรก็สั่งเพิ่มได้เลยนะครับ”

เจ้าของร้านโค้งศีรษะให้น้อยๆ ก่อนจะรีบเดินไปหลังร้านอย่างเร่งร้อน

ป่านนี้คงไม่ใช่ว่าจะเกิดเหตุฆาตกรรมลงไปแล้วหรอกนะ

 


รสกาแฟขมเข้มและกลิ่นหอมเฉพาะทำให้เผลอตัวดื่มด่ำกับมันอยู่พักใหญ่ เทะสึกะค่อยๆลิ้มรสเนิบช้า ซึมซับ

บรรยากาศอบอุ่นในแบบสบายๆของร้าน ก่อนจะเตรียมตัวคิดเงิน

“คิดเงินเลยนะครับ คุณลูกค้า”

เสียงจากด้านหลังราวกับอ่านใจได้ทำเอาสะดุ้ง เทะสึกะหันไปมอง แทบจะอุทานออกมา

“....เอ่อ...คุณ....”

“นี่บิลครับ”

คนที่ทำท่าเหมือนเป็นพนักงานร้านยิ้มพลางเอาถาดพร้อมกระดาษวางลงให้

“กาแฟถูกใจรึเปล่าครับ”

“คุณไม่ได้ขายดอกไม้แล้วเหรอ”

คนถูกถามยิ้มจนตาหยี ก่อนจะเอ่ยตอบกลั้วหัวเราะ

“ครับ...ร้านนั้นเจ๊งไปแล้วน่ะครับ เลยต้องมาสมัครเป็นพนักงานร้านขายกาแฟ....ว่าแต่โลกเรานี่กลมจังเลยนะครับ”

ก็ถ้าขายแบบนั้นมันก็สมควรเจ๊งอยู่หรอกนะ แต่....มันเพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วัน จะเจ๊งง่ายดายขนาดนั้นเชียว

“ผมล้อเล่นครับคุณลูกค้า ร้านนี้ของน้องชายแต่ตอนนี้เขายุ่งอยู่”

เทะสึกะที่กำลังหยิบเงินจากกระเป๋าชะงักกึก

“คุณคงไม่ได้เชื่อเรื่องที่ผมพูดไปเมื่อกี้หรอกนะครับ”

คิ้วเข้มขมวดฉับ รู้สึกปวดหัวขึ้นมานิดๆกับนิสัยช่างแกล้งของคนตรงหน้า

“ที่จ่ายมาพอดีกับค่ากาแฟนะครับ ว้า.....ไม่มีทิปหรอกเหรอครับเนี่ย....”

อารมณ์สุนทรีย์จากการดื่มกาแฟของโปรดหายวับ เปลี่ยนเป็นปวดขมับจี๊ดจนต้องสูดลมหายใจเข้าลึก

“ขออภัยครับ”

คนเป็นน้องชายพุ่งเข้ามาขอโทษขอโพย ก่อนจะรีบรุนหลังพี่ชายสุดที่รักกลับไปที่เคาท์เตอร์

“แกล้งมิสึกิซังแล้วยังจะแกล้งลูกค้าผมอีกเหรอครับ” ยูตะถอนใจ “ถ้าร้านผมเจ๊งมาล่ะก็”

“ก็ไปขายดอกไม้กับพี่ไง”

“พี่ครับ!”

“อ้อ จริงสิ....วันนี้พี่ยูมิโกะจะทำของโปรดนายไว้รอนะ รีบกลับบ้านด้วยล่ะ พี่ต้องไปส่งดอกไม้อีกที่แน่ะ”

“พี่----”

“ไปล่ะนะ ยูตะแล้วเจอกัน” ฟูจิเผ่นไปที่ประตู เด็กหนุ่มยิ้มพราวในหน้าเมื่อหันมายังลูกค้าเพียงคนเดียวในร้านตอนนี้
 
“เทะสึกะซัง ครั้งหน้าเชิญที่นี่อีกนะครับ”

ประกายแดดอ่อนส่องต้องเส้นผมสีน้ำตาลทำให้ใบหน้านั้นดูอ่อนโยนขึ้นมาก รอยยิ้มสดใสเองก็เกือบจะทำให้เผลอยิ้มตอบไปเสียอีก

“แล้วก็ขอทิปด้วยนะครับ”

เสียงกระดิ่งประตูดังส่งท้าย คนในร้านทั้งสามถอนใจเฮือก รู้สึกราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิมาอย่างไรอย่างนั้น...

 

tbc

ตอนสองนี่รู้สึกฟูจิเริ่มออกลาย แต่ยังไงในสายตาคนเขียนฟูจิก็น่ารักมากอยู่ดี

Oleander ชื่อตอนนะคะ ภาษาดอกไม้คือ จงระมัดระวัง, ระวังอันตราย

ก็เหมาะกับคนที่ต้องเข้าใกล้ฟูจิอย่างมิสึกิดี

สุดท้ายนี้ ใครเอ็นดูมิสึกิเป็นพิเศษก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ โดนแกล้งซะงั้น